Showing posts with label เกษตร. Show all posts
Showing posts with label เกษตร. Show all posts

Monday, April 5, 2010

ผักกาดหัว


ผักกาดหัวเป็นพืชผักที่ปลูกเพื่อบริโภคส่วนของรากที่ขยายใหญ่ขึ้น เนื้อในสีขาว ใช้ประกอบอาหารได้หลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารประเภทแกงจืด

การปลูก

ระยะปลูก
หว่านโดยใช้อัตราเมล็ดพันธ์ 2-3 กิโลกรัม/ไร่ ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ ระยะระหว่างหลุมห่างกันประมาณ 25 เซนติเมตร ระยะระหว่างแถวห่างกันประมาณ 30 เซนติเมตร
การเตรียมดิน
ไถดินให้ลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว้ 1-2 อาทิตย์ แล้วย่อยดินให้ละเอียด หว่านปูนขาวในอัตรา 100-300 กิโลกรัม/ไร่ ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตรา 2,000 กิโลกรัม/ไร่ ปุ๋ยสููตร 15-15-15 อัตรา 30-50 กิโลกรัม/ไร่ คลุกเคล้าให้ทั่วแล้วยกแปลงให้สูงประมาณ 30 เซนติเมตร กว้าง 120 เซนติเมตร
วิธีปลูก
1. วิธีหยอดเมล็ด หลังจากเตรียมดินแล้วให้ทำหลุมเล็กๆ ตามระยะปลูกที่กำหนดไว้ หยอดเมล็ดในหลุม หลุมละประมาณ 3 เมล็ด กลบดินหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร รดน้ำให้ชุม แล้วคลุมฟางแห้งหรือหญ้าแห้งเพื่อช่วยรักษาดินในระยะแรก หลังต้นกล้าออกประมาณ 15 วัน หรือมีใบจริงประมาณ 2-3 ใบ ให้ถอนแยกหลุมละ 1 ต้น
2. วิธ๊หว่าน หว่านให้ทั่วแปลงอย่างสม่ำเสมอ รดน้ำให้ชุ่มแล้วคลุมฟางแห้งหรือหญ้าแห้งเพื่อช่วยรักษาดินในระยะแรก หลังต้นกล้างอกประมาณ 15 วัน หรือมีใบจริงประมาณ 2-3 ใบให้ถอนแยกต้นให้ห่างกันตามระยะกำหนด

การดูแลรักษา
การให้น้ำ
ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ และเพียงพอทั้งเช้า-เย็น ในระยะใกล้ดก็บเกี่ยว 7-10 วัน ควรหยุดการให้น้ำเพราะจะทำให้หัวผักกาดแตกเป็นรอย
การใส่ปุ๋ย
ปุ๋ยที่เหมาะสมคือปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 15-15-15 ใส่ในอัตรา 50-100 กิโลกรัม/ไร่ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน การใส่ให้แบ่งใส่2ครั้ง ครั้งแรกครึ่งหนึ่งใส่เป็นปุ๋ยรองพื้น แล้วพรวนดินกลบลงในดิน ครั้งที่สองใส่อีกครึ่งหนึ่งเมื่อต้นกล้าอายุประมาณ 20-25 วัน โดยใส่แบบโรยข้างต้นแล้วพรวนดินกลบ นอกจากนี้ในระยะเจริญเติบโตอาจใส่ปุ๋ยเสริม เช่น ยูเรีย หรือแอมโมเนียมไนเตรท อัตรา 10 กิโลกรัม/ไร่
การเก็บเกี่ยว
มีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 45-60 วัน ถ้าถึงอายุการเก็บเกี่ยวแล้วให้รีบเก็บเกี่ยวทันที อย่าปล่อยเกินอายุ เพราะจะทำให้คุณภาพของหัวลดลง

การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิถี

ชนิดศัตรูพืช - เพลี้ยอ่อน ด้วงหมัดผัก เสี้ยนดิน
การป้องกัน - ฉีดพ่นด้วยสารสะเดา หรือ BT (โนโวดอร์) ฉีดพ่นเมตาโรเซียมที่ดิน

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือบางกอก รายสัปดาห์
รูปจาก google.com

Friday, March 26, 2010

มะเขือยาว/มะเขือม่วง

มะเขือยาว/มะเขือม่วงเป็นพืชผักเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มีอนาคต เนื่องจากปลูกง่าย เก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานและปัจจุบันสามารถส่งออกได้

การปลูก
ระยะปลูก
ระหว่างต้น 80 เซนติเมตร ระหว่างแถว 100 เซนติเมตร
การเตรียมดิน
ไถดินให้ลึก 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว้ 7-10 วัน ย่อยดินให้ละเอียด หว่านปูนขาวในอัตรา 100-200 กิโลกรัม / ไร่ ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตรา 2,000 กิโลกรัม/ไร่ และใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัม/ไร่ คลุกเคล้าในแปลง ยกแหลงให้สูงประมาณ 30 เซนติเมตร กว้าง 120 เซนติเมตร
การเตรียมกล้า
ใส่ดินผสมในถาดเพาะกล้า (ดินที่ร่อนแล้ว 3 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน ทรายหรือแกลบ 1 ส่วน) รดน้ำ และหยอดเมล็ดลงในถาดหลุม หลุมละ 1 เมล็ด รดน้ำเช้า-เย็น
วิธีปลูก
ขุดหลุมปลูกลึกประมาณ 10-20 เซนติเมตร นำกล้ามะเขือยาวที่มีอายุ 15 วัน หรือมีใบจริง 3-4 ใบมาปลูกตามหลุมที่กำหนด กลบดินและรดน้ำ

การดูแลรักษา
การให้น้ำสม่ำเสมอ หลังย้ายกล้าทุกเช้า-เย็น เมื่อกล้าตั้งตัวดีแล้วจึงรดน้ำเพียงวันละ1ครั้ง
การใส่ปุ๋ย
หลังย้ายปลูก 7-10 วันใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 อัตรา 30 กิโลกรัม/ไร่ เพื่อเร่งการเจริญเติบโตใส่ป๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 8-24-24 อัตรา 50-100 กิโลกรัม/ไร่โดยทยอยแบ่งใส่ในช่วงออกดอกติดผล ทุก 20 วัน
การเก็บเกี่ยว
อายุการเก็บเกี่ยว 65-70 วัน หรือหลังดอกบาน 7-10 วัน จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้โดยเก็บผลที่มีขนาดพอเหมาะไม่อ่อนหรือแก่เกินไป โดยการเก็บเกี่ยวให้ขั้วติดมากับผลด้วย

การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโยชีววิถี
ชนิดศัตรูพืช - หนอนเจาะผล เพลี้ยไฟ ด้วงเต่ามะเขือ
การป้องกัน - ฉีดพ่นด้วยสารสะเดา, BT(ฟลอร์แบค) ใช้น้ำแบบสปริงเกอร์ฉีดพ่นช่วงบ่าย

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือบางกอก รายสัปดาห์
รูปจาก google.com

Thursday, March 18, 2010

ผักชีฝรั่ง

ผักชีฝรั่ง ใช้ส่วนใบอ่อนรับประทาน เป็นผักสดแกล้มกับน้ำพริก ลาบและอาหารประเภทยำ และใช้เป็นเครื่องปรุงต้มยำ เพื่อดับกลิ่นคาวทำให้มีกลิ่นหอม และรสชาติของอาหารดีขึ้น

การปลูก
ระยะปลูก
หว่านเมล็ดระยะ 20 x 20 เซนติเมตร
การเตรียมดิน
ไถดินลึก15-20 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ 5-7 วัน แล้วย่อยดินให้ละเอียดและปรับพื้นที่ให้สม่ำเสมอ ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ประมาณ 2,000 กิโลกรัม/ไร่ และปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 30-50 กิโลกรัม/ไร่
วิธีปลูก
- แบบหว่านเมล็ด นำเมล็ดผักชีฝรั่ง แช่น้ำไว้ 1 คืน หว่านให้ทั่วแปลง ควรให้น้ำ 3-5 วัน / ครั้ง
- การแยกกอ ขุดหลุมปลูก ระยะ 20 x 20 เซนติเมตร นำต้นพันธุ์ที่เตรียมไว้มาปลูกระยะตามที่กำหนด

การดูแลรักษา
การให้น้ำ
การปลูกแบบหว่านเมล็ดควรให้น้ำ 3-5 วัน/ครั้ง ระวังอย่าให้น้ำท่วมขัง การแยกกอควรให้น้ำวันละ 2 ครั้ง
การใส่ปุ๋ย
ผักชีฝรั่งอายุ 30 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 25-7-7 อัตรา 30-50 กิโลกรัม/ไร่ หลังจากนั้น 15 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตรา 30-50 กิโลกรัม/ไร่
การพรางแสง
ใช้ตาข่ายพรางแสง ร้อยละ 60-80 จะทำให้ผักชีฝรั่งมีการเจริญเติบโต และใบผักชีฝรั่งที่ยาวขึ้น
การเก็บเกี่ยว
เก็บเกี่ยวเมื่ออายุประมาณ 120 วัน หลังหว่านเม็ด และการแยกกอ 30 วัน นับจากการย้ายกล้า การเก็บผลผลิตถอนทั้งต้นมีรากติดมาด้วย ทยอยเก็บผลผลิตต้นใหญ่ก่อน และทำการล้างดินออกจากรากและตัดแต่งใบที่เสียหรือเป็นโรคทิ้ง

การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิถี

ชนิดศัตรูพืช - โรคโคนเน่า
การป้องกัน - ใช้เชื่อราไตรโครเดอร์ม่าโรยโคนต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือบางกอก รายสัปดาห์
รูปจาก google.com

Monday, March 8, 2010

รู้ได้อย่างไร...ว่าต้นไม้ป่วย?

บ่อยครั้งที่คนเรามีอาการเจ็บป่วย บ้างเป็นไข้ บ้างปวดท้อง บ้างก็ปวดหัว ซึ่งอาการทั้งหลาย เราสามารถวินิจฉัยและอาจจะหาซื้อยา
มารับประทานเองได้โดยไม่จำเป็นต้องไปหาพบแพทย์ เช่น เดียวกับอาการป่วยของพืช(Plants) ซึ่งเราก็จะสามารถดูแลรักษาได้ เพียงแต่ต้องรู้จักสังเกตสิ่งผิดปรกติที่เกิด ขึ้น กับต้นไม้(Plants)และหาสาเหตุของอาการผิดปรกตินั้น โดยสาเหตุที่ทำให้ต้นไม้(Plants)
ของคุณเกิดอาการผิดปกติ มีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งสาเหตุที่มักพบบ่อยๆ ได้แก่
1. ได้รับผลกระทบจากการทำลายของแมลง สัตว์ และ ศัตรูพืช
2. โรคพืช
3. วัชพืช
4. การขาดธาตุอาหารและอยู่สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
5. เกิดจากพิษตกค้างของสารเคมี
ทันทีที่พบว่าสาเหตุของอาการผิดปกตินั้น คืออะไร เราจะต้องทำการป้องกัน หรือกำจัด สาเหตุนั้นในเบื้องต้น เพื่อไม่ให้เกิดการระบาด
โดยเลือกวิธีการที่เหมาะสม อาจไม่จำเป็นต้อง ใช้สารเคมี ก็สามารถป้องกัน และกำจัดอาการผิดปรกตินั้นๆได้

วิธีการสังเกตอาการผิดปกติของพืช(Plants) สามารถทำได้ ดังนี้
1. การทำลายของแมลงศัตรูพืชส่วนใหญ่จะเข้าทำลายกัดกินส่วนของบลำต้น ใบ ยอด ดอก ผล เช่น
1.1. ใบแหว่งลักษณะเหมือนการถูกกัดกิน เกิดจากการกัดกินของแมลงทั่วไป เช่น ตั๊กแตน หนอนผีเสื้อ ด้วงเต่า หอยทาก หรือ พวกด้วง ฯลฯ เบื้องต้นหมั่นสำรวจหาแมลง ถ้าพบให้ใช้วิธีจับ ตัวเต็มวัย หรือไข่มาทำลาย
1.2. ใบแห้งเป็นหย่อม ใบเหลือง เหี่ยวเฉา หรือใบเหลืองซีด เกิดจากเพลี้ยใบ เพลี้ยใบจะทำลาย พืช(Plants) โดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืช(Plants)ในบริเวณใบ ยอดอ่อน ดอก ระบาดในช่วงอากาศร้อนและแห้งแล้ง ป้องกันกำจัดโดยการพ่นละอองน้ำในช่วงกลางวัน เพื่อลดระดับความร้อนและเพิ่มความชื้นในอากาศ ใช้สารเคมีฉีดพ่น เช่น คาร์โบซัลแฟน โมโนโครโตฟอส ฟิโปรมิเล
1.3. ใบหรือยอดเจริญผิดปกติ และกลายเป็นสีดำ เกิดจากการทำลายของเพลี้ยอ่อน โดยการดูด น้ำเลี้ยงจากพืช(Plants) แล้วถ่ายมูลเป็นน้ำเหนียว ๆ คล้ายน้ำหวาน ซึ่งต่อมามีเชื้อราอาศัยอยู่กินมูลของเพลี้ยอ่อน ทำให้เกิดโรคเชื้อรา การป้องกันกำจัด ใช้สารเคมีฉีดพ่น เช่น คาร์โบซัลแฟน คาร์บาริล มาลาไธออน
1.4. ใบมีรอยแผลเป็นทางคดเคี้ยวบนแผ่นใบ เกิดจากการทำลายของหนอนชอนใบ จะกัดกิน ทำลายเนื้อใบ การป้องกันกำจัด ใช้กาวดัก หรือแสงไฟแบคไลท์ เพื่อกำจัดตัวแก่ของผีเสื้อ หรือแมลงวัน ที่เป็นแหล่งที่มาของหนอน ใช้สารเคมีฉีดพ่นสลับกัน เช่น เพอร์เมทริน คาร์โบซัลแฟน ฟิโปรนิล ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้หนอน ดื้อต่อสารเคมีที่ใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อย่างไรก็ดี อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า โรคหรือแมลงที่เกิดกับต้นไม้(Plants) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ บางกรณีไม่จำเป็นต้องตกใจเกินเหตุ จนต้องนำใช้สารเคมีมาใช้ทุกครั้ง เพียงแต่ หยิบ เด็ด หรือ ตัด ส่วนที่พบการทำลายนั้นทิ้งไปก็สามารถควบคุมไม่ให้เกิดการระบาดรุกลาม ทั้งนี้ยังเป็นวิธีที่ปลอดภัยอีกด้วย


ที่มา :เนื้อหา:http://www.gardencenter.co.th

Saturday, January 9, 2010

แตงกวา / แตงร้าน

แตงกวา / แตงร้าน เป็นพืชใช้บริโภคส่วนของผลสด มีอายเก็บเกี่ยวสั้น ผลผลิตต่ิไร่สูง ตลาดมีความต้องการสูงมาก สามารถปลูกได้ตลอดปีและปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย

การปลูก
ระยะปลูก
ระยะปลูกระหว่างต้น 60-80 เซนติเมตร ระหว่างแถว100 เซนติเมตร
การเตรียมดิน
ไถดินให้ลึก 30 - 40 เซนติเมตร ตากดินไว้ ย่อยดินให้ละเอียด หว่านปูนขาวในอัตรา 100 -200 กฺโลกรัม/ไร่ ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตรา2,000กิโลกรัม/ ไร่ และปุ๋ยสูตร 46-0-0 ผสมสูตร 15-15-15 อย่างละเท่าๆกัน อัตรา 30-50 กิโลกรัม/ไร่ คลุกเคล้าในแปลงยกแปลงสูงประมาณ 30 เซนติเมตร กว้าง 120 เซนติเมตร
วิธีปลูก
น้ำเมล็ดหยอดตามหลุม 3-5 เมล็ด กลบดินและรดน้ำ เมื่อกล้างอกมีใบจริง 2-3 ใบ ถอนต้นไม่สมบูรณ์ออกเหลือ 2 ต้น หลังปลูก 14 วัน ควรเด็ดกิ่งแขนง 5 ข้อแรก(ใบ) จากพื้นดินออกแล้วจึงเริ่มปล่อยให้ติดผลหากต้องการคุณภาพที่ดีเถาที่แตกใหม่ ควรควบคุมให้มี 2 ข้อ โดยตัดเหนือข้อที่ 2 ผลผลิตจะทยอยออกสม่ำเสมอ

การดูแลรักษา
การให้น้ำ
พืชตระกลูแตงต้องการน้ำมาก สำหรับการเจริญเติบโตของลำต้นและผลตลอดอายุการปลูก แต่การให้น้ำมากเกินไปจะทำให้ผลผลิตและขนาดของผลลดลง เนื่องจากน้ำจะชะล้างปุ๋ยไปจากบริเวณรากจำนวนครั้งในการให้น้ำขึ้นอยู่กับชนิดและลักษณะของดิน
การทำค้าง
การทำค้างรูปสามเหลี่ยม(กระโจม) สูง 1.80-2.0 เมตร ควรทำการปักไมเค้างหลังปลูกไม่เกิน7 วัน หากทำช้าอาจจะปักไม้ค้างโดนราก ทำให้รากขาด กระทบต่อการเจริญเติบโตของพืช
การใส่ปุ๋ย
หลังปลูก7-15 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 อัตรา 30 กิโลกรัม / ไร่ เพื่องเร่งการเจริญเติบโตและผลผลิต จึงควรให้เก็นระยะๆ หลังจากใส่ปุ๋ยครั้งแรก 15-20วัน ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 ผสมปุ๋ยสูตร 15-15-15 สัดส่วน1-2 อัตรา30-50 กิโลกรัม/ไร่ สำหรับในช่วงออกดอก-ติดผลให้ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 อัตรา 30 กิโลกรัม / ไร่ โดยใส่ทุกๆ 10 วัน
การเก็บเกี่ยว
เก็บเกี่ยวผลแตงกวาในขณะเมล็ดภายในยังอ่อน หรือเก็บในขณะที่สีของผลเปลี่ยนจากสีเขียวอ่อนเป็นสีเขีวเข้ม หรือเก็บในขณะที่เปลือกยังอ่อน อย่าปล่อยให้ผลแก่คาต้น เพราะจะทำให้ผลผลิตลดลง ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวประมาณ 5 เดือน และจะเก็บเกี่ยวได้ประาณ 100 ผลต่อต้น โดยทั่วไปแตงจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้หลังจากหยอดเมล็ด 30 -35 วัน และจะเก็บเกี่ยวหลังจากดอกบาน 10-20วัน

การป้องกันศัตรูพืชโดยชีววิถี

ชนิดศัตรูพืช - โรคราน้ำค้าง
การป้องกัน - ฉีดพ่นหรือโรยโคนต้นด้วยเชื้อไตรโครเดอร์ม่าในระยะเริ่มต้น, ฉีดพ่น BS (บาซิลลัสซับทิลิส) เก็บใบที่เป็นโรคทิ้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือบางกอก รายสัปดาห์
รูปจาก google.com

ฟักเขียว / แฟง


ฟักเขียว / แฟง เป็นพืชทีี่ใช้บริโภคส่วนของผล สามารถเจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด ชอบดินร่วนปนทราย แดดจัด สามารถประกอบอาหารได้หลายแบบทั้งอาหารคารและอาหารหวาน

การปลูก
ระยะปลูก
ระหว่างแถว 1-1.50 ระหว่างต้น 2-2.50 เมตร เป็นพืชที่ต้องการพื้นที่ปลูกมาก
การเตรียมดิน
ไถดินลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ 1-2 อาทิตย์ แล้วย่อยดินให้ละเอียด หว่านปูนขาวประมาณ 100-300 กิโลกรัม / ไร่ ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 2,000-2,500 กิโลกรัม / ไร่ ใส่ปุ๋ยสูตร 15 -15 -15 อัตรา 30 - 50 กิโลกรัม/ไร่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน
วิธีปลูก
หลังเตรียมแปลงปลูก และขลุดหลุมปลูกตามระยะที่กำหนด แล้วหยอดเมล็ด 2 - 3 เมล็ด / หลุม ลึกประมาณ 3-5 เซนติเมตร แล้วกลบหลุมหรือคลุมด้วยฟางแห้ง เพื่อรักษาความชื้นของดิน และรดน้ำสม่ำเสมอทุกวัน อายุ 10 - 14 วัน หรือมีใบจริง 2 - 4 ใบ ควรถอนแยกเหลือ 2 ต้นต่อหลุม

การดูแลรักษา
การให้น้ำ
ควรให้น้ำสม่ำเสมอและเพียงพอ ไม่ควรให้ฟักเขียวและแฟงขาดน้ำ โดยเฉพาะระยะออกดอกและติดผล เพราะจะทำให้ดอกร่วง และไม่ติดผล เมื่อใกล้อายุการเก็บเกี่ยวควรเลิกการให้น้ำ( 15 วัน ก่อนเก็บผลผลิต)
การใส่ปุ๋ย
อายุ 7-10 วันหลังงอกใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 อัตรา 30 - 50 กิโลกรัม / ไร่ สำหรับในช่วงออกดอกใส่ปุ๋ยสูตร 15 - 15- 15 และช่วงติดผลใส่ปุ๋ยสูตร 13 -13 -21 หรือสูตรใกล้เคียง อัตรา 30-50- กิโลกรัม / ไร่ โดยทยอยใส่
การทำค้าง
เมื่อฟักเริ่มเลื้อยหรือมีอายุแระมาณ 15-20 วัน ควรทำค้างหรือร้านเพื่อให้เลื้อยเกาะขึ้นไปปักไม้ค้างยาว 2-2.50 เมตร แล้วเอนปลายเข้าหากัน จากนั้นใช้ไม้ค้างพาดขวางประมาณ 2-3 ช่วง ช่วงละ 40-50 เซนติเมตร หรือทำเป็นค้างผูกเป็นร้านสูงประมาณ 1.5-2.0 เมตร เพื่อให้เหมาะสมและสะดวกต่อการทำงาน นอกจากนี้อาจใช้ค้างธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว เช่น ไม้พุ่มเล็กๆรั่วบ้าน ซึ่งเหมาะสำหรับการปลูกผักสวนครัว
การเก็บเกี่ยว
หลังหยอดเมล็ดจนถึงอายุการเก็บเกี่ยว 60-70 วัน หรือสังเกตได้จากผลว่าเริ่มมีไขสีขาวจับผลโดยใช้มีดคมๆตัดที่ขั้วของผล การเก็บควรเหลือขั้วติดไว้ด้วย เพื่อช่วยให้เก็บรักษาได้นานขึ้น

การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิถี
ชนิดศัตรูพืช - ด้วงเต่าแตงแดง หนอนใยผัก หนอนกระทู้ผัก
การป้องกัน - ฉีดพ่นด้วยสะเดา,ยาสูบ


ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือบางกอก รายสัปดาห์
รูปจาก google.com

Sunday, December 27, 2009

แมงลัก

แมงลักเป็นพืชล้มลุกที่ใช้เป็นอาหารได้ทั้งใบและเมล็ด ส่วนที่เป็นใบนั้นมีกลิ่นฉุนใช้ประกอบอาหารเช่นเดียวกับกระเพราและโหระพา ส่วนมากใช้รับประทานกับขนมจีนหรือใส่แกงต่างๆ ส่วนเม็ดใช้ทำเป็นเมล็ดแมงลัก นำมาทำเป็นยาระบายได้ และสามารถนำมาทำเป็นอาหารเสริมลดความอ้วน

การปลูก
ระยะปลูก
ระหว่างต้น 40 เซนติเมตร ระหว่างแถว 40 เซนติเมตร
การเตรียมดิน
ไถดินลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว้ 1-2 อาทิตย์ ย่ิอยดินให้ละเอียด หว่านปูนขาวในอัตรา 100-200 กิโลกรัม/ไร่ ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตรา 2,000 กิโลกรัม/ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัม/ไร่ คลุกเคล้าให้ทั่วแล้วยกแปลงให้สูงประมาณ30 เซนติเมตร กว้าง 120 เซนติเมตร
วิธีปลูก
เมื่อเมล็ดงอกขึ้นมาอายุ 1 เดือน จะสูงประมาณ 1 ฟุต ก็นำปลูกลงแปลงปลูกที่เตรียมดินไว้ แต่ถ้าเมื่อถอนขึ้นมาก่อนนำไปปลูกลงดินต้องตัดยอดทิ้งก่อน หรืออาจตัดออกครึ่งต้นก็ได้ ถ้าจะยิ่งดีขึ้นควรตัดแต่งรากด้วยแมงลักที่ตัดแต่งรากจะงอกงามกว่า แม้ทั้งนี้เวลานำไปปลูกต้องรดน้ำด้วย ใช้ปลูกหลุมละ 1-2 ต้น เมื่อต้นแมงลักเตบโตกิ่งก้านใบก็จะคลุใถึงกันหมด

การดูแลรักษา
การให้น้ำ
ควรให้น้ำน้ำอย่างสมำ่เสมอ วันละ 2 ครั้ง
การใส่ปุ๋ย
ครั้งแรกใส่ปุ๋ย 25-7-7 หรือ 46-0-0 หลังเพาะกล้า 7 วัน และครั้งที่สองใส่ป๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 20-10-10 ในอัตรา 25-30 กิโลกรัม/ไร่ หลังจากครั้งแรก 15 วัน
การเก็บเกี่ยว
เมื่ออายุได้ 40-45 วัน ก็ตัดกิ่งนำไปบริโภคหรือขายได้


ขอบคุณข้อมูลดีดี จากหนังสือบางกอก
รูปจาก google.com

Thursday, December 24, 2009

กะเพรา



กะเพราเป็นพืชผักที่ใช้ใบสดประกอบอาหารเพื่อดับกลิ่นคาว และช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม นอกจากนั้นยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพร เป็นพืชที่นิยมปลูกในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นไทย มาเลเซีย

การปลูก
ระยะปลูก
ระหว่างต้น 40 เซนติเมตร ระหว่างแถว 40 เซนติเมตร
การเตรียมดิน
ไถดินลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว้ 1-2 อาทิตย์ ย่อยดินให้ละเอียดหว่านปูนขาวในอัตรา 100-300 กิโลกรัม/ไร่ คลุกเคล้าให้ทั่วแล้วยกแปลงให้สูงประมาณ 30 เซนติเมตร กว้าง 120เซนติเมตร
วิธีปลูก
กะเพราสามารถปลูกได้โดยใช้กิ่งชำ หรือใช้เมล็ดเพาะเป็นต้นกล้า แล้วย้ายปลูกตามระห่างทั้งหมด

การดูแลรักษา
กาให้น้ำ
ควรให้เพียงพอกับความต้องการของต้นพืช
การใส่ปุ๋ย
ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตรา 30-50กิโลกรัม/ไร่ หลังเก็บเกี่ยวทุกครั้ง
การเก็บเกี่ย
ใช้มีดคมๆเก็บเกี่ยวโดยตัดแต่งกิ่งก้านที่แก่ เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ซึ่งในไม่ช้ากะเพราจะแตกกิ่งต้นออกมาเช่นเดิม (อายุเก็บเกี่ยว 40-45 วัน ) สามารถเก็บเกี่ยวได้หลายครั้งในระยะที่ไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิต ควรมีการตัดดอกทิ้ง เพื่อเร่งการเจริญเติบโตทางใบ

การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิถี
ชนิดศัตรูพืช - เพลี้ยอ่อน หนอนใยผัก
การป้องกัน - ฉีดพ่นด้วยสารสะเดา BT (ฟอร์แบค)


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือบางกอก
รูปจาก google.com

Wednesday, December 23, 2009

ฟักทอง

ฟักทอง สามารถขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด ชอบดินร่วนปนทรายแดดจัดและการระบายน้ำดีมีคุณค่าทางอาหารสูงมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงผิวพรรณและถนอนมสายตา นำมาประกอบอาหารหลายชนิด รับประทานได้ทั้งส่วนของผลและส่วนของยอด



การปลูก
ระยะปลูก
ระหว่างแถว1-1.50 ระหว่างต้น 2-2.50 เมตร เป็นพืชที่ต้องการพื้นที่ปลูกมาก
การเตรียมดิน
ไถดินลึกประมาณ25-30เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ 1-2 อาทิตย์ แล้วย่อยดินให้ละเอียด หว่านปูนขาวประมาณ100-300 กิโลกรัม/ไร่ ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา2,000-2,500กิโลกรัม/ไร่ ใส่ปุ๋ยสูตร15-15-15 อัตรา 30-50 กิโลกรัม/ไร่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน
วิธีปลูก
หลังเตรียมแปลงปลูก และขุดหลุมปลูกตามระยะที่กำหนด แล้วหยอดเมล็ด 2-3 เมล็/หลุม ลึกประมาณ 3-5 เซนติเมตร แล้วกลบหลุมปลูกด้วยดินหรือคลุมด้วยฟางแห้ง เพื่อรักษาความชื้นของดิน และรดน้ำให้ชุ่ม อายุ 5-7 วัน เมล็ดงอก ควรถอนแยกเหลือ 2 ต้นต่อหลุม

การดูแลรักษา
การให้น้ำ
อายุ 7-10 วันหลังงอกใส่ปุ๋ยสูตร46-0-0 อััตรา 30-50 กิโลกรัม/ไร่ สำหรับในช่วงออกดอกใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 และติดผลใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือสูตรใกล้เคียง อัตรา 30-50 กิโลกรับ/ไร่ โดยทยอยใส่
การผสมเกสร
เมื่อฟักทองออกดอกตัวเมีย ถ้าผึ้งไม่พอผสมให้เลือกดอกตัวผู้ เด็ดมาแล้วปลิดกลีบออกให้หมด นำไปเคาะละอองเกสรตัวผู้ให้ตกลงบนดอกตัวเมีย จะทำให้ฟักทองติดผลดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีเทคนิคหนึ่งก็คือนำนมผงผสมน้ำพ่นใส่ดอกฟักทองในระยะที่ดอกกำลังบาน เพื่อล่อแมลงให้มาช่วยผสมเกสร
การเก็บเกี่ยว
อายุการเก็บเกี่ยว 80-90 วัน หรือสังเกตสีเปลือก สีกลมกลืนเป็นสีเดียวกัน ดูนวลขึ้นเต็มผล การเก็บควรเหลือขั้วติดไว้ด้วย เพื่อช่วยให้เก็บรักษาได้นานขึ้น

การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิถี
ชนิดศัตรูพืช - ด้วงเต่าแตงแดง
การป้องกัน - ฉีดพ่นด้วยสารสะเดา

ขอบคุณข้อมูลดีดี จากหนังสือบางกอก
รูปจาก google.com

Sunday, November 8, 2009

คื่นฉ่าย

คื่นฉ่าย เป็นพืชผักที่ใช้ส่วนใบและก้านรับประทานเป็นผักสดและเป็นเครื่องเทศในการปรุงอาหาร บริโภคภายในครัวเรือน จะช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทานและยังช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อปลาได้อย่างดี

การปลูก
ระยะปลูก
นิยมใช้หว่านเมล็ดลงบนแปลงปลูกโดยใช้เมล็ดพันธุ์ 0.5 -1 กิโลกรัม/ไร่
การเตรียมดิน
ไถดินให้ลึก 20-25 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ 1-2 อาทิตย์ แล้วย่อยดินให้ละเอียด หว่านปูนขาวประมาณ 100-300กิโลกรับ/ไร่ ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตรา 2,000 กิโลกรัม/ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา30 กิโลกรัม/ไร่ คลุกเคล้าให้ทั่วแล้วยกแปลงให้สูงประมาณ 30 เซนติเมตร กว้าง 120 เซนติเมตร คลุมฟางบางๆ แล้วรดน้ำให้ทั่วแปลงปลูก หว่านเมล็ดคื่นฉ่ายให้ผสมทรายอัตรา 1:10(เมล็ดคื่นฉ่าย:ทราย) เพราะเมล็ดเล็กและเบาทำให้การหว่านไม่สม่ำเสมอ

วิธีปลูก
รดน้ำแปลงปลูกให้ชุ่มแล้วนำเมล็ดหว่านให้กระจายทั่วทั้งแปลง อายุคื่นฉ่าย 20-30 วัน ให้ถอนแยกให้ห่างกันประมาณ 5-30 เซนติเมตร

การดูแลรักษา
การให้น้ำ
ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ วันละ 1-2 ครั้ง อย่าให้น้ำขังแฉะ เพราะจะทำให้เกิดโรคเน่าได้ หากขาดน้ำ ต้นจะชะงักการเจริณเติบโต ทำให้ต้นและใบมีสีเขียวเข้มและแข็งกระด้าง
การใส่ปุ๋ย
ใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 หรือ 25-7-7 อัตรา 50 กิโลกรัม/ไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้งหลังหว่านเมล็ด 7 วันและ 15 วัน หลังถอนแยกใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 และอายุ30-35 วัน ให้หว่านปุ๋ยสูตร 15-15-15 อีกครั้งจนกว่าสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
การเก็บเกี่ยว
หลังจากหว่านเมล็ดคื่นฉ่ายลงแปลง อายุการเก็บเกี่ยว 40-45 วัน ทยอยเก็บผลผลิต โดยเก็บผลผลิตในช่วงเช้า ถอนต้นคื่นฉ่ายออกจากแปลงปลูกทั้งต้นและราก หลังจากนั้นล้างรากให้สะอาด

การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิถี
ชนิดศัตรูพืช -โรคโคนเน่า
การป้องกัน - ใช้เชื้อราไตรโครเดอร์ม่าโรยโคนต้น

ชนิดศัตรูพืช -โรคใบจุด
การป้องกัน - ฉีดพ่น BS (บาซิลลัสซับทิลิส) ถอนต้นทิ้ง


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือบางกอก
รูปจาก google.com

Thursday, November 5, 2009

มะเขือเทศ

มะเขือเทศเป็นผักที่ใช้ส่วนของผลในการประกอบอาหารสามารถรับประทานสด นำไปประกอบอาหารต่างๆ เช่น มะเขือเทศสีดาสำหรับทำส้มตำหรือน้ำพริกอ่อง มะเขือเทศผลใหญมีการปลูกสำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมทำน้ำมะเขือเทศเข้มข้นหรือซอสมะเขือเทศฤดูปลูกที่เหมาะสม คือ ฤดูหนาว แต่ปัจจุบัน มีพันธุ์ให้สามารถปลูกได้ปลูกตลอดปี

การปลูก
ระยะปลูก
ระยะปลูกระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ระหว่างแถว 70 เซนติเมตร
การเตรียมดิน
ไถดินให้ลึก 30-40เซนติเมตร ตากดินไว้ 7-10 วัน ย่อยดินให้ละเอียด หว่านปูนขาวในอัตรา 100-300 กิโลกรัม/ไร่ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตรา 2,000 กิโลกรัม/ไร่ และใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัม/ไร่ คลุกด้วยถุงพลาสติก เพื่อรักษาความชื้นและป้องกันวัชพืช ควรเตรียมดินให้เสร็จก่อนปลูก 2-3 อาทิตย์
การเตรียมกล้า
เตรียมถาดเพาะกล้าและดินผสม (ดินที่ร่อนแล้ว 3 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน ทรายหรือแกลบ 1 ส่วน) ใส่ดินผสมลงในถาดเพาะกล้า รดน้ำ แล้วจึงหยอดเม็ดลงในถาดเพาะกล้า หลุมละ 1 เมล็ด รดน้ำรักษาความชุ่มชื้นอย่าให้แฉะเกินไป
วิธีปลูก
ปลูกแถวคู่เจาะพลาสติกเป็นหลุมตามระยะที่กำหนด ขุดหลุมแล้วนำกล้ามะเขือเทศที่มีอายุ 30 วัน หรือมีใบจริง 2-3 ใบ มาปลูกตามหลุมกลบดินและรดน้ำ ระวังอย่าจับบริเวณโคนต้นกล้า

การดูแลรักษา
การทำค้าง
ควรปักไม้ค้างทุกหลุม และทำก่อนออกดอก โดยใช้เชือกผูกกับลำต้นให้ไขว้กันเป็นเลข 8 และผูกเงื่อนกระตุกกับค้าง เพื่อให้ต้นเจริญเติบโตได้ดี สะดวกต่อการดูแลรักษา ง่ายต่อการเก็บเกี่ยวและช่วยเพิ่มอายุการเก็บผลผลิตให้นาน
การให้น้ำ
ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงติดผล ระยะแก่ควรลดการให้น้ำเพราะจะทำให้ผลแตก
การใส่ปุ๋ย
ควรใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ในอัตรา 100 กิโลกรัม/ไร่ ครั้งแรกหลังจากย้ายกล้าปลูก 7 วัน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งที่หนึ่ง 15 วัน ครั้งที่สามหลังจากใส่ครั้งที่สอง 20 วัน
การเก็บเกี่ยว
มะเขือเทศสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เมื่ออายุประมาณ 70-90 วัน นับตั้งแต่เพาะกล้า และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานประมาณ 4-5 เดือน สำหรับมะเขือเทศ พันธุ์เลื้อย เช่นพันธุ์สีดา แต่สำหรับพันธุ์พุ่มสามารถเก็บผลผลิตได้ 6-7 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ที่ปลูกสำหรับแปรรูป หรือเข้าโรงงานอุตสาหกรรม

การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิถี
ชนิดศัตรู - โรคใบไหม้ โรคเน่าคอดิน โรคเน่า
การป้องกัน - ตัดใบและส่วนที่เป็นโรคทิ้ง , ฉีดพ่นเชื้อไตรโครเดอร์ม่า
- รดด้วยน้ำปูนใส


ขอบคุณข้อมูลดีดี จากหนังสือบางกอก
รูปจาก google.com

Saturday, October 31, 2009

มะเขือเปราะ

มะเขือเปราะ
มะเขือเปราะเป็นผักที่ปลูกง่ายเจริญเติบโตเร็วให้ผลตอบแทนเร้ว และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานต่อเนื่องถ้ามีการดูแลรักษาที่ดี

การปลูก
ระยะปลูก
ระหว่างต้น 80 เซนติเมตร ระหว่างแถว 100 เซนติเมตร
การเตรียมดิน
ไถดินลึกประมาณ 10 - 40 เซนติเมตร ตากดินไว้ 7 - 10 วัน ย่อยดินให้ละเอียด หว่าน)ูนขาวในอัตรา 100- 200 กิโลกรัม / ไร่ ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตรา 2,000 กิโลกรัม / ไร่ และปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัม/ไร่ คลุกเคล้าให้ทั่ว ยกแปลงให้สูงประมาณ 30 เซนติเมตร กว้าง 120 เซนติเมตร
การเตรียมกล้า
ใส่ดินผสมในถาดเพาะกล้า (ดินที่ร่อนแล้ว 3 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน ทรายหรือแกลบ 1 ส่วน) รดน้ำและหยอดเมล็ดลงในถาดหลุม หลุมละ1เมล็ด รดน้ำเช้า-เย็น
วิธีปลูก
ขุดหลุมปลูกลึกประมาณ 10-20 เซนติเมตร นำกล้ามะเขือเปราะที่มีอายุ 15 วัน หรือมีใบจริง 3-5ใบ มาปลุกตามหลุมที่กำหนด กลบดินและรดน้ำ

การดูแลรักษา
การให้น้ำ
ต้องให้สม่ำเสมอ หลังย้ายกล้าทุกเช้า-เย็น เมื่อกล้าตั้งตัวดีแล้วจึงรดน้ำเพียงวันละ 1 ครั้ง
การใส่ปุ๋ย
หลังย้ายปลูก 7 -20 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 อัตรา 30 กิโลกรัม / ไร่ เพื่อเร่งการเจริญเติบโต ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 8-24-24 อัตรา 50-100 กิโลกรัม / ไร่ โดยทยอยแบ่งใส่ในช่วงออกดอกติดผลทุก 20 วัน
การเก็บเกี่ยว
อายุการเก็บเกี่ยว 65-70 วัน หรือหลังดอกบาน 7-10 วัน จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้โดยเก็บผลที่มีขนาดพอเหมาะไม่ออ่นหรือแก่เกินไป โดยการเก็บเกี่ยวให้ขั้วมะเขือติดมากับผลด้วย

การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิถี
ชนิดศัตรูพืช - หนอนเจาะผล เพลี้ยไฟ ด้วงเต่ามะเขือ
การป้องกัน - ฉีดพ่นด้วยสารสะเดา , BT(ฟลอร์แบค) ใช้น้ำแบบสปริงเกอร์ฉีดพ่นช่วงบ่าย

ขอบคุณข้อมูลดีดี จากหนังสือบางกอก
รูปจาก google.com

พริกขี้หนู / พริกมัน / พริกหนุ่ม

พริกเป็นผักที่ใช้ส่วนของผลในการบริโภค คนไทยนิยมรับประทาานพรกทุกครอบครัว พริกที่ปลุกมีหลายชนิด ทั้งพริกขี้หนูผลเล็ก เช่น พริกขี้หนูสวน พริกขี้หนูใหญ่ เช่น พริกจินดา พริกผลใหญ่ เช่น พริกชี้ฟ้า พริกมัน พริกหนุ่ม และพริกเหลือง เป็นต้น

การปลูก
ระยะปลูก
ระยะปลูกที่เหมาะสมสำหรับพริกที่มีทรงพุ่มใหญ่ควรใช้ระยะระหว่างต้น 80 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถว 100 เซนติเมตร
การเตรียมดิน
การเตรียมแปลงเพาะ ทำเป็นแปลงขุดดินให้ลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตรตากดินไว้ให้แห้ง 5-7 วัน โรยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักให้มาก คลุกเคล้าให้ทั่ว ย่อยดินให้ละเอียด
การเตรียมแปลงปลูก ขุดดินให้ลึกประมาณ25-30 เซนติเมตร ตากดินให้แห้ง 7-10 วัน ใสปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดี อัตรา 2 - 3 ตัน / ไร่ ถ้าดินมีความเป็นกรดสูงควรใช้ปูนขาวช่วยในอัตรา 200-300 กิโลกรัม / ไร่ เพื่อช่วยลดความเป็นกรดของดิน จากนั้นก็ทำการคลุกเคล้า และย่อยดินให้มีขนาดเล้กลง ยกแปลงสูง 30 เซนติเมตร กว้าง 1.20 เมตร

การเตรียมกล้า
การเพาะกล้า หลังเตรียมแปลงเพาะกล้าแล้ว ให้หว่านเมล็ดให้กระจายทั่วแปลง หรืออาจทำเป็นแถวห่างกันแถวละ 15 เซนติเมตร ทำร่องลึกประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วโรยเมล็ดลงในร่องแล้วหว่านกลบด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหรือดินละเอียด หนาประมาณ 0.5 - 1.0 เซนติเมตร รดน้ำให้ชุ่มและคลุมด้วยฟางแห้ง หรือ หญ้าแห้งบางๆ หลังจากต้อกล้างอกได้ 15 - 20 วัน ให้ถอนแยกต้นที่ไม่สมบูรณ์หรือต้นที่อ่อนแอออก พร้อมกันนี้พยายามจัดระยะกล้าให้ห่างกันประมาณ 10 เซนติเมตร ย้ายกล้าปลูกเมื่ออายุ 30- 40 วัน
วิธีปลูก
หลังจากเตรียมแปลงปลูก ขุดหลุมปลูตามระยะที่กำหนด และต้นกล้าได้ขนาดดีแล้วก็ทำการปลูกได้ต้นกล้าที่ย้ายปลูกได้ ควรเป็นต้นกล้าที่แข็งแรง มีอายุประมาณ 30 - 40 วัน สูงประมาณ 10-15 เซนติเมตร การถอนกล้าควรมีดินติดรากมาด้วย และทำอย่างระมัดระวัง ต้นกล้าที่ย้ายมาต้องรีบปลูกทันที การปลูกควรกดดินโคนต้นพริกให้แน่น และระวังอย่าให้รากลอยจะทำให้ต้นพริกโค่นล้มง่าย เพราะพริกมีรากแผ่กระจายอยู่ใกล้ผิวดินหลังจากปลูก แล้วรดน้ำให้ชุ่ม และควรทำเพิงบังแดดอย่าให้ต้นกล้าโดนแดดจัดในระยะเริ่มย้ายปลูกใหม่ๆ เพราะต้นกล้าจะโตช้าหรือเฉาตาย

การดูแลรักษา
การให้น้ำ
ควรให้น้ำอย่างเพียงพอสม่ำเสมอ อย่าให้แฉะเกินไป การให้น้ำควรให้ทุกวันหลังปลูกจนต้นกล้าตั้งตัวได้ประมาณ 5 - 6 อาทิตย์ หลังจากนี้แล้วจึงค่อยลดปริมาณน้ำลง ซึ่งอาจจะรด1 วัน หยุด 2 วันก็ได้ ทั้งนี้ต้องดูสภาพความชื้นของดินด้วย อย่าให้แฉะเกินเกินไปเพราะจะทำให้พริกชะงักการเจิญเติบโต
การทำค้าง
สำหรับพริกมัน / พริกหนุ่ม การทำค้างและการตัดแต่งกิ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ต้นล้ม จะทำให้ได้ผลผลิตที่สูง การตัดแต่งกิ่งควรเด็ดกิ่งแขนงออกทิ้งตั้งแต่ใบข้อแรก จนถึงใบที่ใต้ช่อดอกให้หมด เพราะถ้าไม่ตัดออกจะทำให้ทรงพุ่มหนาทึบไป ส่งผลให้ผลผลิตต่ำ
การใส่ปุ๋ย
ปุ๋ยที่แนะนำ คือ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 14-14-21 ใส่อัตรา 100 กิโลกรัม / ไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมฐูรณ์ของดินโดยแบ่งใส่เป็น 2 ครั้ง ครั้งแรกปริมาณครึ้งหนึ่งใส่รองพื้นพรวนกลบดิน ครั้งที่สองอีกครึ่งหนึ่งเมื่ออายุพริกได้ 30 วัน หลังย้ายปลูกแบบโรยข้างต้นแล้วพรวนดิน
การเก็บเกี่ยว
พริกเป็นพืชที่มีอายุยืนและปลูกได้ผลผลิตดีตลอดปี อายุจากวันงอกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตสดครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 65 -90 วัน ผลผลิตในระยะแรกจะน้อยแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และลดลงอีกครั้ง เมื่อเริ่มการเก็บเกี่ยง ควรเก็บทุกๆ 7 วัน ใช้วิธีเด็ดทีละผล โดยใช้เล็บจิกตรงรอยก้านผลต่อกับกิ่ง ซึ่งพริกจะได้ผลผลิตนาน 6 เดือน หรืออาจเป็นปีจนกว่าต้นเหี่ยว

การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิถี
ชนิดศัตรูพืช - เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน
การป้องกัน - ฉีดพ่นด้วยสารสะเดา, BT(ฟลอร์แบค) บิวเวอเรีย ใช้กับดักกาวเหนียว ไว้ต์ออยล์

ชนิดศัตรูพืช - โรคแอน - แทรกโนส (โรคกุ้งแห้ง)
การป้องกัน - เก็บผลทิ่ง ฉีดพ่นด้วยเชื้อราไตรโคเอดร์ม่า และรองก้นหลุมปลูก

ขอบคุณข้อมูลดีดี จากหนังสือบางกอก
รูปจาก google.com